Search

4 ข้อควรรู้เกี่ยวกับเรื่องการเงินของคน GEN Z






คน Gen Z คือกลุ่มคนที่เกิดหลังปีค.ศ. 1995 ลงมา โดยลักษณะพื้นฐานทั่วไปของคนกลุ่มนี้คือจะเติบโตมากับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีรอบตัว เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์สมาร์ทโฟน และการเข้าถึงอินเทอร์เนต และถ้าเราลองเทียบช่วงเวลาดูแล้ว ในเวลานี้คนรุ่นแรกของ Gen Z (คนที่เกิดปี 1995) ก็จะอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการทำงาน หรือไม่ก็เป็นช่วงที่กำลังมองหาลู่ทางในการไปศึกษาต่อหรือเริ่มธุรกิจเป็นของตัวเอง ดังนั้นคนกลุ่ม Gen Z จึงเป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญสำหรับสถาบันการเงินต่าง ๆ จะเข้ามามีบทบาทในอนาคตสำหรับการตัดสินใจทางการเงินของพวกเขา

แต่ในอีกมุมหนึ่ง คน Gen Z ก็เติบโตมาพร้อมกับการเห็นคนรุ่นพ่อแม่ของพวกเขา หรือคนในวัย Millenianls ประสบความยากลำบากในการก่อร่างสร้างตัว และเจอกับปัญหาสภาพเศรษฐกิจต่าง ๆ มากมาย ซึ่งนั่นทำให้พวกเขามีบทเรียนในใจและมันส่งผลถึงพฤติกรรมทางการเงินของคน Gen Z อีกด้วย จากการศึกษาของเว็บไซต์ Raddon พบว่า ⅔ ของวัยรุ่น 2,500 คนในอเมริกา มีบัญชีฝากเงินเป็นของตัวเองเรียบร้อยแล้ว เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันแล้วเราพบว่าคน Gen Z ดูจะได้รับความรู้ทางการเงินที่เร็วกว่าคนกลุ่ม Millenials ถึง 3 เท่า ทำให้คน Gen Z มีความคล่องตัวในเรื่องการจัดการเงินมากกว่าคนกลุ่ม Millenials แต่ถึงอย่างไรนั้น ก็ยังมีคน Gen Z อีกจำนวนไม่น้อยที่ยังคงประสบปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อยู่



ดังนั้น เราจะมาดูกันว่า 4 ข้อควรรู้เกี่ยวกับการเงินของคน Gen Z มีอะไรกันบ้าง






1. ทักษะในการบริหารจัดการเงิน

ส่วนใหญ่แล้ว คนกลุ่ม Gen Z จะมีความตระหนักถึงความรู้ทางการเงินของตัวเอง แต่พวกเขาก็ยังคงอาศัยชุดข้อมูลทางการเงินที่ได้รับการส่งผ่านมาจากพ่อแม่หรือคนในครอบครัว ดังนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นคือชุดข้อมูลที่ได้รับมาจากยุคสมัยของพ่อแม่นั้นมีข้อแตกต่างในเรื่องปัจจัยที่ใช้ในการตัดสินใจทางการเงิน และผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินในสมัยนั้นก็ยังไม่มีลูกเล่นและความซับซ้อนเทียบเท่าในสมัยนี้ด้วย จึงทำให้คนกลุ่ม Gen Z ขาดความเข้าใจที่ถ่องแท้ในตัวเลือกทางการเงินของพวกเขา


เมื่อยุคสมัยแปรเปลี่ยนมาถึงจุดที่คนเรานำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้กันเยอะขึ้น จึงทำให้เกิดการทำธุรกรรมประเภทต่าง ๆ ทางออนไลน์มากขึ้น ดังนั้นคนในกลุ่ม Gen Z จึงต้องเพิ่มทักษะทางการบริหารและจัดการเงินของตัวเองโดยการศึกษารายละเอียดของชุดข้อมูลใหม่ของสินค้าและบริการทางการเงินให้มากยิ่งขึ้นไปด้วย เพื่อที่จะได้มีความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องในการตัดสินใจทางการเงินที่จะเกิดขึ้นในอนาคต





2. การเป็นหนี้เป็นเรื่องที่แย่ (มาก)


คนกลุ่ม Gen Z หลายคนเติบโตมากับการมองเห็นภาพของคนรุ่นก่อน ๆ (Millennials) เป็นหนี้ และประสบกับความยากลำบากในการก่อร่างสร้างตัวขึ้นมา จึงส่งผลให้พวกเขาเกิดความลังเลและอ้อยอิ่งในการสร้างหนี้หรือกู้หนี้ยืมสินมาใช้ ซึ่งในแง่หนึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะว่าการสร้างหนี้จนเกินตัวก็มักจะมาจากการตัดสินใจทางการเงินที่ไม่ดีจนทำให้เกิดปัญหาตามมา แต่ในอีกมุมหนึ่งท้ายที่สุดแล้ว คนกลุ่ม Gen Z ก็ยังคงจำเป็นต้องสร้างหนี้ที่สามารถจัดการได้บ้าง เพื่อสร้างประวัติการชำระหนี้ที่ดี และเพื่อจะได้ใช้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาสินเชื่อ เมื่อต้องมีเหตุให้ใช้เงินก้อนใหญ่ในอนาคต


ดังนั้น สถาบันการเงินต่าง ๆ จึงจำเป็นที่จะต้องสอนวิธีการบริหารหนี้อย่างชาญฉลาดให้กับคนกลุ่มนี้ โดยการให้ข้อมูลที่ละเอียด ชัดเจน และง่ายต่อการเข้าถึง เพื่อที่จะได้ช่วยและส่งเสริมให้คนกลุ่ม Gen Z มีความรู้และการวางแผนจัดการบริหารหนี้สินของตัวเองได้ดีขึ้นในระยะยาว






3. การบริหารเงินที่คุณสามารถจัดการได้เอง


คนกลุ่ม Gen Z คือกลุ่มคนที่เติบโตมากับเทคโนโลยีผ่านทางแอปพลิเคชันและเครื่องอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ดังนั้นทำให้พวกเขามีความรู้ระดับหนึ่งในการใช้เทคโนโลยีในหลากหลายด้าน ดังนั้นพวกเขาจึงให้ความสำคัญกับการมองหาตัวช่วยทางด้านการเงินที่พวกเราสามารถจัดการเองได้ ข้อดีของตัวช่วยเหลือทางการเงินแบบนี้คือจะช่วยทำให้คนกลุ่ม Gen Z เข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินได้ดียิ่งขึ้น และยังช่วยให้สถาบันการเงินสามารถออกแบบสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการที่ตรงจุดสำหรับชาว Gen Z ได้ดียิ่งขึ้นด้วย นอกจากนี้ การที่คนกลุ่ม Gen Z ได้ลองใช้บริการความช่วยเหลือทางการเงิน จะทำให้พวกเขาเห็นถึงความแตกต่างของเรื่องการใช้บริการแบบ self-service และแบบอื่น ๆ และทำให้สามารถตัดสินใจได้ว่าตัวเองเหมาะกับการบริการรูปแบบไหน