Search

Share Loan by NestiFly : เริ่มต้นการใช้บริการและการยืนยันตัวตนผ่านการสแกน Passport ทำอย่างไร

Updated: Oct 11



3 เสต็ปง่าย ๆ สำหรับการสมัครบริการ Share Loan by NestiFly


  1. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Share Loan by NestiFly

  2. กรอกข้อมูลลงทะเบียน

  3. ยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน (e-KYC) ผ่านการสแกน Passport ด้วยเทคโนโลยี NFC




ขั้นตอนที่ 1 : ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Share Loan by NestiFly




1. ผู้ที่สนใจใช้บริการสามารถดาวน์โหลดแอป Share Loan by NestiFly ได้บน Google Play Store โดยค้นหาว่า “Share Loan by NestiFly” และเลือก “ติดตั้ง








2. เมื่อติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว เลือก “เปิด” เพื่อทำการเปิดใช้งานแอปพลิเคชัน








ขั้นตอนที่ 2 : กรอกข้อมูลลงทะเบียน



1. เลือก “สร้างบัญชีผู้ใช้งานใหม่” กรอกชื่อ-นามสกุล อีเมล และตั้งรหัสผ่านโดยรหัสผ่านจะต้องมีตัวอักษรภาษาอังกฤษพิมพ์ใหญ่ พิมพ์เล็ก และตัวเลข หลังจากนั้นให้เลือก “ลงทะเบียนผู้ใช้งานใหม่





2. กรอกหมายเลขโทรศัพท์และเลือก “ส่ง SMS รหัสยืนยัน” หลังจากนั้นให้นำรหัสที่ได้จาก SMS มากรอกในช่อง “รหัสยืนยัน 6 หลัก” และเลือก “ยืนยันเบอร์โทรศัพท์” เพื่อดำเนินการต่อ






3. ตรวจสอบอีเมลที่ใช้ลงทะเบียน หลังจากนั้นนำรหัสที่ได้รับมากรอกลงในช่อง “รหัสยืนยัน 6 หลัก” และเลือก “ยืนยันที่อยู่อีเมล”


กรณีที่ไม่ได้รับอีเมล ให้ลองตรวจสอบในกล่อง junk หรือ spam








4. ตรวจสอบข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการ และเลือก “ตกลงและยอมรับเงื่อนไขการใช้บริการ






ขั้นตอนที่ 3 : การยืนยันตัวตนด้วยการสแกน Passport ผ่านเทคโนโลยี Techonology



ผู้ใช้บริการที่ใช้บริการผ่านแอปพลิเคชั่น Share Loan by NestiFly ที่ยังไม่ได้อัพเดทเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด จะทำการยืนยันตัวตนผ่านการสแกน Passport ด้วยเทคโนโลยี NFC โดยผู้ใช้บริการจำเป็นที่จะต้องเตรียมเอกสารและอุปกรณ์ที่ต้องใช้ ได้แก่


  • บัตรประชาชน (ตัวจริง ไม่หมดอายุ)

  • พาสปอร์ต (เล่มจริง ไม่หมดอายุ)

  • โทรศัพท์มือถือที่มีฟังก์ชั่น Andriod

เมื่อเอกสารและอุปกรณ์พร้อมแล้ว เลือก “เริ่มขั้นตอนการยืนยันตัวตน




2. ถ่ายบัตรประชาชนตัวจริง โดยถ่ายให้บัตรอยู่ภายในกรอบสีฟ้าและระวังไม่ให้มีเงาสะท้อนบนบัตร สามารถเอียงโทรศัพท์เล็กน้อย เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดเงาสะท้อนได้ เมื่อถ่ายรูปบัตรประชาชนแล้ว ให้ถือมือถือค้างไว้ 3 - 5 วินาที เพื่อให้มือถือได้ประมวลผลรูปถ่าย




3. กรอกข้อมูลส่วนตัวให้ครบถ้วน โดยในช่องรหัสเลเซอร์หลังบัตรให้กรอกตัวเลขติดกัน ไม่ต้องใส่เครื่องหมาย “-” และเลือก “ดำเนินการต่อ




4. ถ่ายรูปหน้าตรงของตัวเอง (Selfie) ให้บริเวณใบหน้าจนถึงลำคออยู่ในกรอบสีฟ้า ไม่สวมหมวก แว่นตาดำ หรือสิ่งปิดบังดวงตา และไม่มีบุคคลอื่นอยู่ภายในภาพ




5. กรอกข้อมูลพาสปอร์ต ได้แก่ เลขที่พาสปอร์ต วันเดือนปี ค.ศ. ที่พาสปอร์ตหมดอายุ และ วันเดือนปีเกิดของคุณ หลังจากนั้นเลือก “ดำเนินการต่อ” และตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง เมื่อถูกต้องแล้วให้เลือก “เริ่มการอ่าน Passport






6. เริ่มสแกนพาสปอร์ตโดยวางโทรศัพท์มือถือทับลงบนพาสปอร์ต


หมายเหตุ ตำแหน่งในการสแกนพาสปอร์ตของโทรศัพท์ แต่ละรุ่นอาจแตกต่างกัน โดยให้ลองเลื่อนมือถือไปรอบๆอย่างช้าๆ หากมือถือสามารถตรวจจับพาสปอร์ตได้แล้ว จะมีสัญญาณเสียงหรือมือถือจะสั่น ให้คุณรอจนกว่าจะปรากฎภาพใบหน้าของคุณ เมื่อภาพปรากฎแล้ว เลือก “ดำเนินการต่อ





7. กรอกข้อมูลที่อยู่ตามบัตรประชาชน และที่อยู่ที่ติดต่อได้สะดวกให้ถูกต้อง หากที่อยู่ที่ติดต่อได้สะดวกเป็นที่เดียวกับในบัตรประชาชน ให้ติ๊กช่อง “ใช้ที่อยู่เดียวกับบัตรประชาชน” และเลือก “ดำเนินการต่อ









8. รอผลการยืนยันตัวตนโดยทาง NestiFly จะแจ้งผลให้คุณทราบผ่านทางการแจ้งเตือนในแอป (notification) และอีเมล




9. เมื่อได้รับผลแล้วให้กดเข้าแอปอีกครั้ง ในกรณีที่แสดงผลเป็นภาพทางด้านซ้าย ให้กดปุ่ม “รีโหลด”






เพียงเท่านี้คุณก็สามารถสมัครใช้บริการและยืนยันตัวตนได้อย่างง่ายดายด้วยตนเอง ขั้นตอนถัดไปก่อนเริ่มใช้บริการจะเป็นการเชื่อมต่อบัญชีกับ บล. บัวหลวง ในฐานะผู้รักษาเงินและหลักประกัน เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าสินทรัพย์ของคุณจะได้รับการดูแลอย่างปลอดภัยจากสถาบันการเงินมืออาชีพ คุณสามารถศึกษาขั้นตอนการเชื่อมต่อบัญชีหลักทรัพย์บัวหลวงได้ที่นี่

18 views0 comments