Search
  • Pemika T.

Executives' Voice : ลงทุนระยะยาวในหุ้นดีอย่างไร ?

Updated: Jan 29

คุณกอบลาภ ผู้ก่อตั้งและดีไซเนอร์ UX/UI ของแพลตฟอร์ม NestiFly

จากผู้ที่เข้าใจพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้า สู่จุดเริ่มต้นธุรกิจทางการเงินรูปแบบใหม่อย่าง NestiFly




ลงทุนระยะยาวในหุ้นดีอย่างไร ?

ในฐานะที่ผมเป็น User Experience Designer ทุกครั้งที่ผมได้สัมภาษณ์กลุ่มผู้ทดลองใช้งาน ผมได้เรียนรู้พฤติกรรมและแนวคิดที่น่าสนใจใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา แล้วนำเอา feedback เหล่านั้นมาปรับปรุงแก้ไขในเวอร์ชั่นถัดไป จากการทำงานที่ผ่านมาประโยคที่ได้ยินบ่อยที่สุดเมื่อถามถึงความรู้สึกของผู้ใช้งานที่มีต่อการลงทุนในหุ้น ก็คือ “ไม่มีเวลามานั่งเฝ้า กลัวขาดทุน”

และเมื่อถามต่อไปถึงเหตุผลที่มาของความรู้สึกนี้จึงได้เข้าใจว่า เมื่อพูดถึงการลงทุนในหุ้น ผู้ให้สัมภาษณ์กว่า 80% จะนึกถึง Active Investing หรือการลงทุนเพื่อหวังผลกำไรในระยะสั้น หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นทางลัดให้รวยเร็วขึ้น น้อยคนนักที่จะนึกถึง Passive Investing ซึ่งเป็นการลงทุนในหุ้นเพื่อเป็นการออมเงินในธุรกิจที่มั่นคง เป็นการหวังผลกำไรระยะยาว

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้คนส่วนใหญ่คิดว่าการลงทุนในหุ้นเป็นเรื่องยาก มีความเสี่ยงสูง ต้องมีองค์ความรู้ ต้องใช้เวลาเฝ้าดูกระดานหุ้นและติดตามข่าวอยู่ตลอดเวลาจึงจะได้กำไร คนส่วนหนึ่งจึงตัดสินใจไปลงทุนในหลักทรัพย์อื่นๆ แทน เช่น กองทุนรวม พันธบัตรรัฐบาล ประกันชีวิต ทองคำ หรืออสังหาริมทรัพย์

หากนักลงทุนศึกษาทำความเข้าใจในตัวธุรกิจ และเลือกลงทุนในบริษัทที่มั่นคง ถือได้ยาว 5-10 ปี ไม่ใจอ่อนขายไปเสียก่อน ตามสถิติจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนั้น การลงทุนในหุ้นมีค่าเฉลี่ยผลตอบแทนอยู่ที่ 8 - 12% ต่อปี (จากมูลค่าหุ้นที่เพิ่มขึ้นและเงินปันผลที่ได้ 1-4 ครั้งต่อปี ) ซึ่งสูงกว่าการออมเงินสดหรือลงทุนในรูปแบบอื่นอยู่พอสมควร ถ้านักลงทุนสามารถเปลี่ยนทัศนคติตรงนี้ได้ จะทำให้การลงทุนในหุ้นไม่ได้เป็นเรื่องที่เสี่ยง หรือยากกว่าการลงทุนในหลักทรัพย์อื่นๆ อีกต่อไป



(รูปภาพประกอบจาก www.set.or.th)



นอกจากเรื่องความเสี่ยงและผลตอบแทนแล้ว เราลองมาดูประโยชน์ของหลักทรัพย์ต่างๆ โดยผมได้แบ่งออกได้เป็นสองกลุ่มดังนี้


1) หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าในการต่อยอด คือสินทรัพย์ที่สามารถนำไปค้ำเงินกู้ เพื่อนำเงินมาใช้หมุนเวียนต่อยอดธุรกิจ หรือใช้ในยามฉุกเฉินโดยไม่ต้องขายหลักทรัพย์นั้นๆ ตัวอย่างของหลักทรัพย์กลุ่มนี้คือ รถยนต์ ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ หรือพูดง่ายๆว่า นอกจากมูลค่าในตัวมันเองแล้ว หลักทรัพย์เหล่านี้ยังมีมูลค่าในการต่อยอดอีกด้วย

2) หลักทรัพย์ที่ไม่มีมูลค่าในการต่อยอด คือหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าในตัวของมันเองเท่านั้น ไม่สามารถนำไปต่อยอดได้ ตัวอย่างของหลักทรัพย์ในกลุ่มนี้คือ กองทุน หุ้น หรือทอง ถึงแม้ว่านักลงทุนจะสามารถทยอยซื้อได้ เข้าถึงได้ง่าย แต่ไม่สามารถนำไปใช้ต่อยอดอะไรได้เลย มีเพียงมูลค่าในตัวหลักทรัพย์เอง สามารถใช้ประโยชน์ได้ก็ต้องทำการขายหลักทรัพย์นั้น

จะสังเกตได้ว่าหลักทรัพย์ที่นำมาต่อยอดได้จะเป็นหลักทรัพย์ที่เข้าถึงได้ยากเพราะราคาค่อนข้างสูง เช่น บ้าน ที่ดิน และอาคารพานิชย์เป็นต้น การจะเป็นเจ้าของครอบครองกรรมสิทธิ์ต้องมีเงินก้อนใหญ่หรือต้องผ่อนกับธนาคารให้หมดเสียก่อน ทำให้คนจำนวนไม่น้อยที่อายุ 30 กว่าแล้ว ก็ยังไม่มีทรัพย์สินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง ส่งผลให้หลายๆคนไม่สามารถเข้าถึงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำของธนาคารได้เพราะไม่มีหลักประกัน

NestiFly ได้มองเห็นปัญหาในจุดนี้ และนำมาเป็นโจทย์ในการพัฒนาสินเชื่อ Share Loan ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ทำให้หลักทรัพย์กลุ่มที่เข้าถึงได้ง่ายแต่ปัจจุบันไม่มีมูลค่าในการต่อยอด สามารถนำกลับมาต่อยอดได้ เป็นสินเชื่อที่ใช้หุ้นกลุ่ม SET100 เป็นหลักประกัน ทำให้นักลงทุนสามารถนำหุ้นของตัวเองมากู้เงินได้ เป็นการเพิ่มโอกาสทางการเงินให้กับผู้ที่ไม่มีหลักประกันเงินกู้ หรือไม่มีรายได้ประจำ สรุปง่าย ๆ ว่า เพียงคุณมีหุ้นดีก็กู้ได้

และที่สำคัญ เงินปันผลและบุริมสิทธิ์ในหุ้นยังเป็นของคุณตลอดสัญญาเงินกู้ ยิ่งไปกว่านั้น เราเชื่อว่าสินเชื่อ Share Loan จะช่วยให้นักลงทุนสามารถลงทุนระยะยาวได้ง่ายขึ้น โดยเป็นทางออกให้นักลงทุนไม่ต้องขายหุ้นเมื่อต้องการใช้เงินในช่วงเวลาที่ตลาดผันผวน

จริง ๆ แล้วสินเชื่อที่ใช้หุ้นเป็นหลักประกันนี้อาจเป็นที่รู้จักในชื่อของ “Lombard Loan” ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ เพียงแต่ในอดีต สถาบันทางการเงินจะให้บริการสินเชื่อประเภทนี้ให้กับกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ (High Networth) เท่านั้น จึงทำให้คนส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงบริการอันนี้ได้

Share Loan จึงเป็นก้าวแรกของ NestiFly ในการสร้าง Financial Equality โดยการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงเงินกู้ให้กับผู้ขอสินเชื่อที่ไม่สามารถขอกู้ได้ในปัจจุบัน ด้วยความคิดที่ว่า หลักทรัพย์เหมือนกัน ก็ควรจะมีอำนาจในการต่อยอดเหมือนกันทุกคน



คุณกอบลาภ ไทยทัน

Co-Founder and CXO




แหล่งที่มาข้อมูล:

https://www.set.or.th/set/setInfographic.do?contentId=244

https://www.set.or.th/set/education/knowledgedetail.do?contentId=6416&type=article







151 views0 comments
About Us
ผู้ขอสินเชื่อ
FAQs
ต้องการความช่วยเหลือ ?
(+66) 98 189 9882
นักลงทุน
Policies and Regulations
นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล
  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube

49 ซอยสุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

Copyright © 2019 NestiFly, All rights reserved.