Search
  • Pemika T.

Share Loan by NestiFly ขอสินเชื่อโดยใช้หุ้นเป็นหลักประกันดีกว่าอย่างไร




การที่คนทั่วไปจะสามารถกู้ยืมเงินกับธนาคารหรือสถาบันการเงินต่าง ๆ ให้ได้ดอกเบี้ยต่ำ ๆ นั้น จะมีสิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือหลักประกันนั่นเอง ซึ่งหลักประกันแรก ๆ ที่ทุกคนก็คงจะนึกถึงอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ เช่น บ้าน หรือที่ดิน ถัดไปก็จะเป็นรถยนต์ รถจักรยานยนต์ แต่ในปัจจุบัน NestiFly ได้เปิดตัวบริการใหม่ที่เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปสามารถใช้หุ้นในดัชนี SET100 เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อได้แล้ว


ซึ่งจริงๆ แล้วการใช้หุ้นเป็นหลักประกันเนี่ยไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด เพราะก็มีบริการสินเชื่อของธนาคารบางแห่งที่รับหุ้นเป็นหลักประกันเช่นเดียวกัน แต่บริการดังกล่าวจะมีสำหรับลูกค้ารายใหญ่เท่านั้น แต่สำหรับสินเชื่อ Share Loan by NestiFly ผู้กู้สามารถขอกู้ได้ตั้งแต่วงเงินเริ่มต้นที่ 50,000 บาท (มีหุ้นแค่ 100,000 บาทก็กู้ได้แล้ว) ไปจนถึงสูงสุดที่ 5 ล้านบาทเลย เรียกได้ว่า ใครที่เริ่มออมในหุ้นมาบ้างแล้ว ต้องการเงินทุนเมื่อไหร่ ก็สามารถมาขอสินเชื่อได้ทันที


แล้วการใช้หุ้นเป็นหลักประกันดีกว่าอย่างไรล่ะ? ทำไมในอดีตถึงมีแต่ลูกค้ารายใหญ่เท่านั้นที่ใช้ได้ ในวันนี้ NestiFly จะมาไขข้อสงสัยและอธิบายข้อดีให้ทุกคนได้ทราบกัน

  1. หุ้นมีหน่วยย่อยกว่า สามารถเลือกจำนวนได้เอง - เวลาจะใช้บ้านหรือรถเป็นหลักประกัน เราคงเลือกไม่ได้ว่าจะใช้บ้านแค่ครึ่งหลัง หรือรถแค่ครึ่งคัน ซึ่งในบางครั้งอาจทำให้เราได้วงเงินมากกว่าที่เราจำเป็นต้องใช้ ก็ต้องมาเจรจาต่อรองเรื่องดอกเบี้ยกับธนาคารกันอีกยก ซึ่งจะได้ลดหรือไม่ได้ลดก็แล้วแต่กรณีไป ในทางกลับกันพอเป็นหุ้น ผู้ขอสินเชื่อสามารถเลือกจำนวนของหุ้นและ LTV ได้เอง จะกู้มากกู้น้อยก็ปรับได้ตามความต้องการของเรา แถมยังจะเห็นยอดหนี้ ดอกเบี้ยและเงื่อนไขการกู้ของเราได้ตั้งแต่ตอนส่งคำขอสินเชื่อเลยอีกด้วย ซึ่งก็จะช่วยให้ผู้ขอสินเชื่อสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นตั้งแต่ต้น ไม่ต้องรอเดินเรื่องเอกสารให้เสียเวลา กว่าจะทราบเงื่อนไขจริง

  2. มีราคาตลาดชัดเจน หมดกังวลเรื่องราคาประเมิน - เนื่องจากหุ้นเป็นหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายอยู่ตลอดเวลา จึงมีราคาตลาดชัดเจน แตกต่างจากหลักประกันพวกบ้านหรือรถที่จะต้องมีขั้นตอนในการประเมินราคา ทำให้กว่าจะรู้วงเงินที่แน่นอนก็ต้องใช้เวลา และถ้าเราไม่ใช้เซียนอสังหาฯ ก็คงไม่รู้หรอกว่าราคาที่ประเมินมายุติธรรมรึเปล่า แถมยังต้องมาลุ้นกันอีกต่อว่าวงเงินกู้นั้นจะพอกับยอดที่เราต้องการใช้หรือไม่ เพราะฉะนั้นการใช้หุ้นเป็นหลักประกันจะช่วยให้ขั้นตอนนี้โปร่งใสและทำให้ผู้กู้สบายใจว่าจะได้วงเงินตามที่ตนเองต้องการ

  3. สิทธิประโยชน์ยังคงเป็นของผู้กู้ - ถึงแม้ว่าคุณจะเอาหุ้นมาเป็นหลักประกันสินเชื่อ แต่สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากหุ้นยังคงเป็นของผู้กู้เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นเงินปันผล สิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุน หรืออื่น ๆ

  4. หุ้นจะถูกบังคับขายเท่าที่จำเป็น - ในกรณีที่ต้องบังคับขายหลักประกัน หุ้นจะถูกขายในจำนวนที่พอดีกับมูลค่าหนี้เท่านั้น ส่วนที่ยังเหลืออยู่ก็จะส่งมอบคืนให้แก่ผู้กู้ ซึ่งแตกต่างกับหลักประกันประเภทบ้านหรือรถที่ถ้าผิดนัดชำระแล้ว ผู้กู้ก็จะถูกยึดหลักประกันไปทั้งชิ้น ไม่ว่ายอดหนี้จะมากหรือน้อยแค่ไหนก็ตาม


และทั้งหมดคือเหตุผลที่ว่าทำไมการใช้หุ้นเป็นหลักประกันถึงคล่องตัวและโปร่งใสกว่าตั้งแต่กระบวนการขอสินเชื่อไปจนถึงการชำระคืน เพราะฉะนั้นแล้วหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในหุ้นอยู่ NestiFly ก็อยากฝากให้เลือกลงทุนระยะยาวในหุ้นที่มีพื้นฐานดี เผื่อวันหนึ่งในอนาคตมีความจำเป็นที่ต้องใช้เงินเพื่อต่อยอดฐานะทางการเงินของตัวเอง จะได้มี Share Loan by NestiFly เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สะดวก รวดเร็ว และช่วยตอบโจทย์ความต้องการทางการเงินของคุณได้


ส่วนใครที่ถือหุ้น SET100 อยู่แล้ว และต้องการขอสินเชื่อก็สามารถลงทะเบียนได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน

Share Loan by NestiFly ตามลิ้งค์ด้านล่างนี้เลย

https://play.google.com/store/apps/details?id=com.nestifly.bluebird


#NestiFly#ShareLoanbyNestiFly#P2PLending


35 views0 comments